สี่หญิงงามแห่งแดนมังกร

posted on 10 Jan 2013 18:21 by nozomi204 directory Knowledge
สวัสดีค่า
 
เปิดบล๊อกด้วยความร่าเริงอีกซะแล้ว
 
วันนี้ไวน์มี ความรุ้รอบโต๊ะ (เอ้ย  ความรุ้รอบตัวมานำเสนอเจ้าคะ )
 
อ้าวเรามาท่องแดนมักรกันดีกว่านะคะ
 
ฉายาเเรก  มัจฉาจมวารี
ไซซี






ไซซี หรือ ซีซือ (อังกฤษ: Xi Shi จีน: 西施 พินอิน: Xī Shī) เป็นหนึ่งในสี่หญิงงามแห่งแผ่นดินจีน เกิดประมาณ ค.ศ. 506 ก่อนคริสตกาล ซึ่งตรงกับยุคชุนชิวที่มณฑลเจ้อเจียง ในรัฐเยว่ (State of Yue)

ไซซีได้รับฉายานามว่า "มัจฉาจมวารี" (จีน: 沉魚 พินอิน: chén yú) ซึ่งหมายถึง "ความงามที่ทำให้แม้แต่ฝูงปลายังต้องจมลงสู่ใต้น้ำ" (so beautiful as to make swimming fish sink)

ในยุคเลียดก๊กที่แต่ละรัฐรบกันนั้น รัฐอู๋เป็นรัฐที่มีกองกำลังทหารที่แข็งแกร่งจึงสามารถรบชนะรัฐเยว่และจับตัวเยว่อ๋องโกวเจี้ยน และอัครเสนาบดีฟ่านหลีไปเป็นตัวประกันที่รัฐอู๋ด้วย เยว่อ๋องโกวเจี้ยนต้องการที่จะแก้แค้นเพื่อกู้ชาติแต่จำต้องยอมจงรักภักดีเพื่อให้อู๋อ๋องไว้ใจ

ครั้งหนึ่งอู๋อ๋องเกิดมีอาการปวดท้อง บรรดาหมอหลวงทั้งหลายไม่สามารถให้การรักษาได้ เยว่อ๋องโกวเจี้ยนได้ชิมอุจจาระของอู๋อ๋องต่อหน้าเสนาธิการทั้งปวง และบอกว่าอู๋อ๋องเพียงแค่มีพระวรกายที่เย็นเกินไป หากได้ดื่มสุราและทำร่างกายให้อบอุ่นขึ้นก็จะมีอาการดีขึ้นเอง และเมื่ออู๋อ๋องได้ทำตามก็หายประชวร อู๋อ๋องเห็นว่าเยว่อ๋องโกวเจี้ยนมีความจงรักภักดีจึงปล่อยตัวกลับคืนสู่รัฐเยว่ เมื่อกลับสู่รัฐเยว่ เยว่อ๋องโกวเจี๋ยนก็วางแผนที่จะกู้ชาติทันที โดยมีฟ่านหลี่เป็นอำมาตย์คอยให้คำปรึกษา ฟ่านหลี่ได้เสนอแผนการสามอย่าง คือ ฝึกฝนกองกำลังทหาร พัฒนาด้านกสิกรรม และ ส่งสาวงามไปเป็นเครื่องบรรณาการ พร้อมกับเป็นสายคอยส่งข่าวภายในให้ ไซซีเป็นหญิงสาวชาวบ้าน ลูกสาวคนตัดฟืนที่เขาจู้หลัวซาน (ภาษาแต้จิว กิวล่อซัว) นางถูกพบครั้งแรกขณะซักผ้าริมลำธาร นางมีหน้าตางดงามมาก พร้อมกับนางเจิ้งตัน (แต้ตัน) ซึ่งมีความงามไม่แพ้กัน ฟ่านหลี่ (เถาจูกง) เสนาบดีรัฐเยว่เป็นผู้ดูแลอบรมนางทั้ง 2 ให้มีอุดมการณ์เพื่อบ้านเมือง เป็นเวลานานถึง 3 ปี เพื่อที่จะไปเป็นบรรณาการให้กับรัฐอู่ เพื่อมอมเมาให้อู่อ๋องฟูซา เจ้านครรัฐอู่ ลุ่มหลงอยู่กับเสน่ห์ของนาง จนไม่บริหารบ้านเมือง ซึ่งอู๋อ๋องฟูซาหลงใหลนางไซซีมากกว่านางเจิ้งตัน ทำให้นางเจิ้งตันน้อยใจจนผูกคอตาย ขณะที่มาอยู่ได้เพียง 2 ปีเท่านั้น ผ่านไป 13 ปี เมื่อรัฐอู่อ่อนแอลง รัฐเยว่ก็สามารถเอาชนะได้สำเร็จในที่สุด

ภายหลังจากที่อู่อ๋องฟูซา ฆ่าตัวตายไปแล้ว นางกับอำมาตย์ฟ่านหลี่ที่ว่ากันว่า ได้ผูกสัมพันธ์ทางใจไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ก็ได้หายตัวไปพร้อมกันหลังเหตุการณ์นี้ บ้างก็ว่าทั้งคู่ได้เดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ และไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่ทะเลสาบไซ้โอว (ทะเลสาบซีหู) เป็นต้น

ในความเป็นจริงประวัติของไซซียาวมากนะครับ แล้วนางก็ถือว่าเป็นวีรสตรีคนหนึ่งเลยล่ะ ลองไปหาใน Google ดูนะ ถ้าต้องการค้นหาเพิ่มเติม

หวังเจาจวิ้น-ปักษีตกนภา





(อังกฤษWang Zhaojun จีน: 王昭君) ชื่อจริงคือ หวังเฉียง (อังกฤษWang Qiang จีน: 王牆, 王檣, 王嬙) เป็นหนึ่งในสี่หญิงงามแห่งแผ่นดินจีน

หวังเจาจวินได้รับฉายานามว่า "ปักษีตกนภา" (จีน: 落燕 พินอิน: luò yàn) ซึ่งหมายถึง "ความงามที่ทำให้แม้แต่ฝูงนกยังต้องร่วงหล่นจากท้องฟ้า" (so beautiful as to make flying geese fall)

หวังเจาจวินเดิมเป็นนางกำนัลในวังหลวง ที่ฮ่องเต้ราชวงศ์ฮั่นส่งไปให้แก่ข่านของเผ่าซงหนู เพื่อกระชับสัมพันธ์ไมตรี

หวังเจาจวินเกิดในตระกูลผู้มั่งคังแห่งนัน (ปัจจุบันคือ มณฑลเหอเป่ย) ในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันตก เธอถูกส่งเข้าเป็นนางกำนัลในจักรพรรดิฮั่นหยวนตี้ ก่อน พ.ศ. 504 อย่างไรก็ตาม พระจักรพรรดิไม่ทรงได้เคยพบเห็นหวังเจาจวินเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้ในยามที่พระจักรพรรดิทรงเลือกนางสนมใหม่จากภาพนางกำนัลที่ทรงมี และมีศักดิ์สูงพอที่จะเป็นพระสนม ภาพวาดของหวังเจาจวินก็ไม่ใช้ภาพที่นำเสนอความงามที่แท้จริงของทาง ดังนั้นพระจักรพรรดิจึงทรงมองข้ามนางไป

พ.ศ. 511 หู ฮันเซีย ผู้นำเผ่าซุงหนูเดินทางมาเยือนฉางอันตามธรรมเนียมระหว่างฮั่นและซุงหนู เขาก็ถือโอกาศขอพระราชทานธิดาจากพระจักรพรรดิเพื่อที่จะผู้สัมพันธ์เป็นราชบุตรเขยของพระจักรพรรดิ แต่แทนที่พระจักรพรรดิจะทรงส่งพระธิดาให้หู ฮันเซียตามที่ขอมา กลับทางเลือกนางกำนัล 5 นางมาให้ผู้นำเผ่าซุงหนูเลือกเอาเอง และหนึ่งในนั้นก็คือ หวังเจาจวิน

ใน Book of the Later Han กล่าวว่า หวังเจาจวินอาสาที่จะไปเชื่อมสัมพันธ์กับเผ่าซุงหนูด้วยตัวเอง เมื่อนางได้ไปปรากฏตัวในท้องพระโรง ความงามของนางถึงกับสะกดขุนนางทั่วทั้งท้องพระโรง รวมทั้งพระจักรพรรดิด้วย จนพระองค์ถึงกับทบทวนแนวพระราชดำริที่จะส่งนางไปยังซุงหนู

หวังเจาจวินกลายมาเป็นภริยาคนโปรดของหู ฮันเซีย มีลูกชายด้วยกัน 2คน คนหนึ่งดูเหมือนว่าจะมีชีวิตรอดมาได้ และมีลูกสาวอีกอย่างน้อย 1 คน พ.ศ. 513 หู ฮันเซียถึงแก่กรรม นางยื่นฎีกาถึงพระจักรพรรดิฮั่นฉางตี้ ขอเดินทางกลับฉางอัน แต่ทรงปฏิเสธและสั่งให้นางทำตามธรรมเนียมของชาวซุงหนู คือตกเป็นภริยาของผู้นำคนใหม่ของเผ่าซุงหนู ซึ่งก็คือพี่ชายคนโตของหู ฮันเซีย หลังการแต่งงานใหม่ เธอมีลูกสาวอีก 2คน

ยังมีตำนานอื่นที่กล่าวว่า หวังเจาจวินตัดสินใจฆ่าตัวตายเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับลูกชายตัวเอง

เรื่องราวของเธอกลายมาเป็นตำนาน "การเดินทางของหวังเจาจวินสู่นอกด่าน" (昭君出塞) และทำให้สันติภาพระหว่างซุงหนู กับจีนดำเนินมาได้ถึง 60 ปี อย่างไรก็ตาม ในที่สุดทางจีนก็ขาดการติดต่อกับเชื้อสายของเธอ

ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 3เป็นต้นมา เรื่องราวของเธอได้ถูกตบแต่งขึ้นมา และเธอถูกเล่าขานในลักษณะของวีรสตรีที่น่าสงสาร พรรคคอมมิวนิสต์จีน ใช้เรื่องราวของเธอเป็นสัญลักษณ์แห่งสายสัมพันธ์ระหว่างชาวฮั่นและชนชาติอื่นๆ ในจีน ปัจจุบันสุสานของเธอยังคงปรากฏในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน

เตียวเสี้ยน-จันทร์หลบโฉมสุดา
DiaoChan.jpg



เตียวเสี้ยน (อังกฤษDiao chanจีนตัวเต็ม貂蟬จีนตัวย่อ貂蝉) เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊ก บุตรบุญธรรมของอ้องอุ้น ฉายานามว่า "จันทร์หลบโฉมสุดา" (จีน: 闭月 พินอิน: bì yuè) ซึ่งหมายถึง "ความงามที่ทำให้แม้แต่ดวงจันทร์ยังต้องหลบเลี่ยงให้"

เตียวเสี้ยน เป็นหญิงรับใช้ที่พ่อแต่ยังเล็ก ได้อ้องอุ้นรับมาชุบเลี้ยง ปรากฏตัวครั้งแรกเมื่ออายุ 16 ปี ยามที่อ้องอุ้นถอดถอนหายใจด้วยห่วงใยในสถานการณ์บ้านเมืองยามดึก แล้วออกมาพบเตียวเสี้ยนนั่งร้องไห้กับเดือนอยู่ อ้องอุ้นถามว่า นังหนู ร้องไห้ด้วยเหตุใด อกหักเพราะความรักล่ะสิ เตียวเสียนตอบว่า มิได้ นางร้องไห้เพราะสงสารอ้องอุ้นที่เหมือนบิดาตนกลุ้มใจ เมื่ออ้องอุ้นได้เห็นโฉมหน้าของเตียวเสี้ยนอย่างชัดเจนแล้วจึงอุทานว่า แผ่นดินมีคนมาช่วยแล้ว อ้องอุ้นวางแผนให้เตียวเสี้ยนใช้มารยาหญิงทำให้ตั๋งโต๊ะและลิโป้แตกคอกันจนฆ่ากันเองในที่สุด โดยจะยกให้แก่ลิโป้ก่อน แล้วจึงยกให้ตั๋งโต๊ะ ซึ่งสุดท้ายทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนที่อ้องอุ้นวางไว้ทุกประการ และหลังจากตอนนี้แล้ว เตียวเสี้ยนก็ไปเป็นภรรยาคนที่สองของลิโป้ แต่การตายของเตียวเสี้ยนก็ไม่ปรากฏแน่ชัด บ้างก็ว่าเตียวเสี้ยนผูกคอตาย , เธอกลายร่างเป็นเมฆขาว , ไปบวชเป็นแม่ชี , หลังจากลิโป้ตายแล้วกวนอูก็ฟันเตียวเสี้ยนคอขาด , กวนอูใช้ง้าวสับเงาร่างของเตียวเสี้ยนใต้แสงจันทร์
ด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบันจึงมีการวิเคราะห์ว่า เตียวเสี้ยนแตกต่างจากหญิงงามอีกสามคน เนื่องจากไม่ได้รับการยืนยันว่ามีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ อาจเป็นเพียงหญิงรับใช้ของตั๋งโต๊ะที่มีความสัมพันธ์กับลิโป้ ซึ่งเป็นขุนศึกของตั๋งโต๊ะเท่านั้น

หยางกุ้ยเฟย-มวลผกาละอายนาง-นงรามงามล่มชาติ





หยางกุ้ยเฟย (อังกฤษYang Guifei ; จีน楊貴妃) พระนามเดิมคือ หยางอี้หวน (อังกฤษYang Yuhuan ; จีน楊玉環) เกิด 1 มิถุนายน ค.ศ. 719 สิ้นพระชนม์ 15 กรกฎาคม ค.ศ. 756 เป็นหนึ่งในสี่หญิงงามแห่งแผ่นดินจีน

กล่าวกันว่า หยางกุ้ยเฟยทรงเป็นสตรีที่มีความงามเป็นเลิศ ใช้ชนม์ชีพในรัชสมัยราชวงศ์ถัง ได้รับฉายานามว่า "มวลผกาละอายนาง" (จีน羞花พินอินxiū huā) ซึ่งหมายถึง "ความงามที่ทำให้แม้แต่มวลหมู่ดอกไม้ยังต้องละอาย" (a face that would make all flowers feel shameful)

หยางกุ้ยเฟยเป็นพระสนมเอกในจักรพรรดิถังเสวียนจง ของราชวงศ์ถัง อิทธิพลของหยางกุ้ยเฟยทำให้ญาติของพระนางขึ้นมามีบทบาทในราชสำนัก ในภายหลังเกิดการกบฎ ฮ่องเต้ถังเสวียนจงได้มีพระบรมราชโองการให้พระนางสำเร็จโทษโดยแขวนพระศอสิ้นพระชนม์ชีพ โดยใช้ผ้าแพรของฮ่องเต้ถังเสวียนจง ระหว่างการหลบหนี โดยที่หยางกุ้ยเฟยมีอายุเพียง 37 ปี

หลังจากที่หยางกุ้ยเฟยฆ่าตัวตายไปแล้ว ไม่มีภาพวาดของนางปรากฏให้เห็นอีกเลย อีกทั้งตระกูลหยาง ยังถูกตัดสินฆ่าล้างทั้งตระกูล จนบัดเดี๋ยวนี้ ก็ยังไม่แน่ใจว่ายังมีหลักฐานเกี่ยวกับ หยางกุ้ยเฟยหลงเหลืออีกหรือไม่
ประวัติศาสตร์บันทึกเรื่องราวของ หยางกุ้ยเฟย ไว้ละเอียดชัดเจนกว่ายอดหญิงงามทั้งสามคน -เธอมีโฉมงามเลิศล้ำ โฉมสะคราญเป็นเหตุให้กษัตริย์ที่เคยประเสริฐกลายเป็น "กษัตริย์เจ้าสำราญ" จนราชบัลลังก๋ล่ม บ้านเมืองเสื่อมโทรมลงอย่าง รวดเร็ว เกียรติคุณของเธอจึงด้อยกว่า ไซซี หวางเจาจิน และเตียวเสี้ยน เรื่องราวของหยางกุ้ยเฟยเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับประวัติของ พระเจ้าถังสวนจง และโยงใยไปถึงเรื่องของ "เหมยเฟย" หญิงงามผู้เป็นคู่แข่ง

Credit
www.google.com
th.wikipedia.org
http://www.mythland.org/v3/viewthread.php?tid=757
http://www.com-th.net/webboard/index.php?topic=63847.0;wap2
http://board.dserver.org/a/animal/00000051.html

http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1712798
 
 
ขอบคุรที่ติดตามคะ บลีอกหน้าพบกันใหม่นะคะ

edit @ 10 Jan 2013 18:30:59 by のぞみ

edit @ 17 Jan 2013 12:53:51 by のぞみ

Comment

Comment:

Tweet